ตั้งแต่จำความได้ก็รู้สึกว่าตัวผมเองฟังเพลงมาตลอด ฟังทุกแนว เพราะพ่อกับแม่ปิดกรอกหูตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เพลงของพี่เบิร์ด ยัน เพลงเชียร์ธรรมศาสตร์
พอโตขึ้นก็มีวิวัฒนาการเลือกฟังเพลงเองได้(น่าภูมิใจซะจริงๆ) จำได้ว่าช่วงนั้นมีวิทยุเป็นของตัวเองด้วย เป็นวิทยุสีเหลืองสด(มาก) ต้องมือนิ่งๆถึงจะได้ฟังเพลงคลื่นที่ต้องการ
เมื่อตอนนั้นจำได้ว่า่ค่ายเพลงใหญ่ๆมีแค่แกรมมี่ กับอาร์เอส แล้วก็มีค่ายดนตรีเล็กๆแต่ผลงานไม่เล็กที่ชื่อว่า เบเกอรี่มิวสิค
จากวันนั้น
.
.
.
.
.
.
ถึงวันนี้ ประมาณสิบปี(กว่าๆ) ที่ได้มีโอกาสเลือกฟังเพลงเอง
จากที่เคยชื่นชอบนักร้องบอยเเบนด์ เกิลล์กรุ๊ป ที่ปัจจุบันถ้าออกมาอย่างนั้นอีกคงไม่คิดจะฟังถ้ามันไม่โดนจริงๆ เพราะปัจจุบัน แนวนี้ออกเเนวขายหน้าตาและทรงผมเกาหลีให้สาวๆกรี๊ดไปวันๆ
บางวงแต่งตัวเซ็กซี่เหมือนเชิญชวนให้ซื้อวีซีดีคาราโอเกะมากกว่าซีดีของวงนั้น
ปัจจุบันนักร้องบางคนหน้าตาดี กว่าเสียงมากกกกก เลยได้ออกเทป
ผมล่ะอดสงสารวงดนตรีหรือนักร้องเสียงดีๆไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่ในปัจจุบันศิลปินพวกนี้จะได้รับโอกาสทีหลังพวกหน้าตาดีเสมอ
บางค่ายถึงกับเปลี่ยนแปลงคลื่นวิทยุของตัวเองให้เป็นคลื่น(ดีเจ)ชายล้วน ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้หญิงฟังวิทยุมากกว่าผู้ชาย นั่นทำให้ผมหมดกำลังใจฟังคลื่นนั้นไปเลยทีเดียว
สังคมเปลี่ยนไป
เวลาเปลี่ยน
คนเปลี่ยน
ความคิดเปลี่ยน
ไม่มีสิ่งใดจีรังยั่งยืน
นี่แหละหนาที่นักปราชญ์ชาวต่างชาติบัญญติเหตุการณ์เช่นนี้ว่า
"Animal will do"
วลีนี้มันแปลว่า
สัตว์
จะ